นายแพทย์สุเมธ องค์วรรณดี ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ ที่มีกระบือป่วยตายในบางพื้นที่ของภาคเหนือตอนบน ด้วยอาการซึม ขาอ่อน ไม่มีแรง เดินขาปัด ผอม การสอบสวนโรคในครั้งนี้ พบว่า กระบือที่ตายถูกเลี้ยงโดยปล่อยให้หากินตามธรรมชาติ ปล่อยให้กินหญ้ารอบหนองน้ำซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีน้ำขังเกือบตลอดปี ซึ่งสภาพแวดล้อมดังกล่าวเหมาะสมอย่างยิ่งต่อการขยายพันธุ์ของพยาธิใบไม้ตับ และพยาธิใบไม้กระเพาะ หรือพยาธิเม็ดทับทิม โดยพยาธิเหล่านี้เมื่อฟักออกเป็นตัวจะไปอาศัยอยู่ในหอยทากน้ำจืดและหอยคัน กลายเป็นตัวอ่อนระยะติดต่อ จากนั้นพยาธิจะออกจากหอยไปเกาะอยู่ตามหญ้าหรือพืชน้ำ เมื่อกระบือไปกินจึงทำให้พยาธิเข้าสู่ร่างกาย ส่งผลให้กระบือเจ็บป่วยและตายในที่สุด จึงขอแนะนำประชาชน ระมัดระวังในการรับประทานอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการติดโรคพยาธิใบไม้ตับ และโรคที่เกิดจากการกินเนื้อสัตว์สุกๆดิบๆ โดยหลีกเลี่ยงนำสัตว์หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่สงสัยว่าป่วยตายมากิน แจกจ่าย ขาย หรือนำไปให้สัตว์อื่น ,ไม่นำเนื้อสัตว์ที่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือตายผิดปกติ ไปประกอบอาหาร เพราะเสี่ยงต่อการติดโรค เช่น โรคพยาธิ โรคพิษสุนัขบ้า โรคบรูเซลโลสิส โรคไข้หูดับ โรคแอนแทรกซ์ ,หลีกเลี่ยงการปรุงและรับประทานอาหารแบบสุกๆ ดิบๆ และวิธีที่จะทำให้อาหาร “สุก” นั้น ต้องใช้ความร้อนเท่านั้นจึงจะสามารถฆ่าพยาธิและเชื้อโรคได้ หากพบสัตว์ตายหรือป่วยผิดปกติ ขอให้รีบแจ้งปศุสัตว์ในพื้นที่หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการวินิจฉัย รักษาหรือกำจัดอย่างถูกต้อง ส่วนผู้ที่ชอบรับประทานพืชน้ำ เช่น ผักบุ้ง ผักกระเฉด สายบัว ผักแว่น หรือผักที่ขึ้นตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ควรล้างให้สะอาดทีละใบ ขัดถูทุกซอกทุกมุม ผ่านน้ำไหล และแช่ในน้ำด่างทับทิมเพื่อความปลอดภัยควรนำผักไปลวกในน้ำร้อนหรือต้มให้สุก เพื่อกำจัดไข่และตัวอ่อนของพยาธิที่เกาะตามพืชน้ำ หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง